วันแรกเริ่มเดือนทางเข้าสู่เกาะปีนัง ระยะทางไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่เท่าที่รู้คือใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร จากด่านสะเดาจนถึงปีนัง ใช้เวลานั่งรถประมาณสองชั่วโมงกว่า ตลอดสองข้างทาง ทัศนียภาพของประเทศมาเลเซียจะแตกต่างจากบ้านเราอยู่ตรงที่บ้านเขาจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ทั้งสองฝั่ง ค่าเงินมาเลเซีย 1 ริงกิต ประมาณ 10 บาทไทย แต่ค่าเงินก็ขึ้นลงอ่ะเนอะ ไม่แน่นอน
![]() |
| บนสะพานขณะเดินนทางเข้าสู่ปีนัง |
ที่ปีนังมีสะพานข้ามเข้า-ออก สองสะพานแล้วนะคะ สะพานที่สองเพิ่งเปิดใช้เมื่อปีที่แล้วนี่เอง จะบอกว่าสะพานที่สองมีการออกแบบที่สวยมาก ไกด์เล่าว่าสะพานที่สองได้สร้างโดยบริษัทสัญชาติจีนค่ะ การสร้างสะพานแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างดี เพื่อไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม มีการใช้เทคโนลีสมัยใหม่ 'กล้องที่สามารถถ่ายได้หนึ่งหมื่นรูปต่อวินาที' ถือเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆเลยทีเดียว
รูปนี้ถ่ายที่ป้อมปืนใหญ่ค่ะ ป้อมปืนใหญ่ที่นี่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับทะเลเลยค่ะ วิวสวยมากๆ แอบเห็นรถบัสด้านหลังไหมคะ เจ้าของบล็อคนั่งรถคันนั้นแหละค่ะ รู้สึกชอบชื่อรถคันนี้มาก 'ZARIKA' ให้อารมณ์เหมือนแม่มดดี (คิดไปเองคนเดียวป่ะหว่า) เยื้องๆกันทางขวาก็มีท่าเรือ เมื่อห้าปีที่แล้วก็มีโอกาสมาที่นี่เหมือนกันแต่เป็นช่วงเช้าหลังจากล่องเรือสำราญเสร็จ ที่นี่มีเรือสำราญด้วยนะคะ Star Cruise ขอเล่าถึงบรรยากาศบนเรือสตาร์ครูซนิดนึงเนอะ ตอนนั้นที่ไปก็เมื่อสี่่ปีที่แล้ว เล่าเรื่องตกไปบ้างก็ขออภัยค่ะ
ตอนนั้นจำได้ว่าขึ้นเรือตอนสี่โมงเย็น แต่เรือออกจากท่าประมาณหกโมงเย็น เดินสำรวจทั่วเรือเลย ชั้นดาดฟ้าสบายมากๆ มีสระน้ำด้วย แต่ตอนนั้นเขาปิดค่ะ พอตกกลางคืนก็ไปทานอาหารเย็นกัน จำได้ดีเลยว่าตอนนั้นเลือกตักแซลมอนครีมซอสมาอย่างแรกเลย พอลองชิมนี่...อื้อหือเลยค่ะ มันอร่อยมากๆๆ บนโต๊ะมีแสงเทียนด้วยค่ะ นึกถึงว่านั่งอยู่บนเรือ ไฟสลัวๆ เปิดเพลงเบาๆ ผสมกับนอกหน้าต่างเป็นวิวท้องทะเลยามค่ะคืนค่ะ พูดได้เลยว่าฟินมากๆ พอทานเสร็จก็โดนไล่ให้ไปนอนค่ะ เราก็ด้วยความเป็นเด็กเลยไปวิ่งเล่นบนเรือนั่นแหละ วิ่งไปวิ่งมา ขึ้นชั้นนั้นลงชั้นนี้ จนมาหยุดอยู่ที่ดาดฟ้าค่ะ เจอเพื่อนๆเยอะแยะเลย จัดการเปิดฟลอร์เต้นเลยค่ะ สักพักเรื่องก็ไปถึงคุณครู โดนไล่กระเจิงเลยค่ะ
รูปนี้เป็นวิวตรงข้ามป้อมปืนค่ะ เห็นไอศกรีมนั่นไหมคะ ทายสิ...ราคาโคนละเท่าไหร่ อย่าเลย อย่าทาย เสียเวลา เฉลยเลยนะคะ ราคาโคนละ 2.5 ริงกิต หรือประมาณ 25 บาทไทย หายอยากเลยค่ะ อยู่ไทย ไอศกรีมเท่านี้ 25 บาท ใครซื้อนี่...มากๆ แต่พอมามาเลเซียดันไม่ชินกับค่าเงิน โดนเลยค่ะ -_- ไอศกรีมในรูปคล้ายๆเป็นเพรนด์ชายน์นะคะ คือไปกี่ที่ในปีนังก็เจอไอศกรีมนี้ค่ะ ในหนึ่งโคนนี่จะมีทั้งหมดสี่รสผสมกันค่ะ วนิลา ช็อคโกแลต สตรอเบอร์รี่ และที่เด็ดสุด รสทุเรียนค่ะ
อันนี้เป็นทางเท้าของปีนังเขาค่ะ สองข้างทางจะเป็นแบบนี้ตลอด เมืองเขาดูเหมือนจะรักษ์ธรรมชาตินะคะ แต่พอมองไปยังตึกต่างๆก็รู้สึกไม่แน่ใจเท่าไหร่ ตึกที่นี่ถ้าสูงก็สูงไปเลยค่ะ ส่วนใหญ่มีไม่ต่ำกว่า 15 ชั้น มีคอนโดนึงจำชื่อไม่ได้นะคะ ราคาแพงมากๆ ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย คุณภาพเยี่ยมถึงขนาดที่ว่าเฉินหลงก็เป็นเจ้าของห้องในคอนโดนี้เลยทีเดียว
มาถึงนี่ค่ะ ถนนประวัติศาสตร์ของปีนัง ที่นี่จะมีสถาปัตยกรรมเหล็กดัดที่สวยมากๆ ร้านข้างบนเป็นร้านชาค่ะ ชาที่นี่อร่อยมากๆ มีขนมอะไรสักอย่าง ลักษณะเหมือนเต้าส้อบ้านเราแต่จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไรค่ะ ขออภัยด้วย ขนมชนิดนี้ขายดีมากๆเลยนะคะ ด้านในคนเต็มร้านเลยทีเดียว
บรรยากาศหน้าร้านอีกร้านหนึ่งค่ะ สังเกตเห็นความแตกต่างของมอเตอร์ไซด์บ้านเรากับบ้านเขาไหมคะ บ้านเขาจะมีเลขทะเบียนรถอยู่ทั้งหน้าและหลังเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่าที่นี่จะเหมือนที่ลังกาวีหรือเปล่า ที่ลังกาวี ป้ายทะเบียนรถนั้นจะมีความหมายค่ะ อักษรแต่ละตัวมีความหมายไม่เหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ขอลงลึกนะคะ เพราะกลัวข้อมูลผิดพลาด ^_^
สงสัยไหมคะว่านี่คืออะไร นี่คือน้ำเเข็งไสบ้านเขาค่ะ จะเหมือนบ้านเรามากถ้ามีแมงลัก วุ้นดำ ขนมปัง มัน ข้าวโพด น้ำหวาน นม ฯลฯ แต่ของที่นี่จะเป็นน้ำแข็งเพียวๆเลยค่ะ ปั้นเป็นวงกลมก้อนค่อนข้างใหญ่ มีรสให้เลือกมากมาย อย่างในภาพคือรสองุ่นค่ะ จริงๆมีรสลิ้นจี่ เสาวรส สตรอเบอร์รี่ กีวี่ด้วยนะคะ แต่ไม่มีเวลาถ่าย แหะๆ อันนี้ราคา 3 ริงกิต หรือประมาณ 30 บาทค่ะ เรื่องรสชาตินี่ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งค่ะ
ลืมบอกไปอย่างหนึ่งค่ะ คนมาเลเซียชอบทุเรียนมากๆเลยค่ะ หันไปทางไหนก็เจอแต่ทุเรียน ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมทุเรียน เค้กทุเรียน ลูกอมรสทุเรียน ช็อคโกแลตรสทุเรียนก็มี(เจ้าของบล็อคได้ซื้อช็อคโกแลตรสทุเรียนไปฝากน้องรหัสด้วยค่ะ รสชาติอร่อยดีแต่กลิ่นนี่ไม่ไหวจริงๆ) ตอนที่เข้าพักที่โรงแรมเจอป้ายนึงเข้า หัวเราะเลยค่ะ เขาห้ามนำทุเรียนเข้ามาในเขตโรงแรม
ถึงเวลามื้อเที่ยงแล้วววว เรามาทานอาหารเที่ยงกันที่ฮอกไกโดค่ะ...ร้านชื่อฮอกไกโด เป็นร้านอาหารทะเลค่ะ เมนูที่เสิร์ฟส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจีนค่ะ ซึ่งรู้สึกไม่ถูกปากอย่างแรงเลยทีเดียว
อาทิจานนี้ค่ะ มีชื่อจีนว่า หมาผัวโต้วฟุ หรือก็คือ เต้าหู้ทรงเครื่องกับไก่ผัด สูตรของเขาค่ะ โดยส่วนตัวรู้สึกไม่โอเคกับรสชาติอาหารจานนี้มาก ถือได้ว่าเป็นอะไรที่ห่วยที่สุดที่เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารเลยค่ะ แต่ไกด์ก็สั่งเมนูนี้มาทุกที่ที่ไปเลยก็ว่าได้ ร้านอาหารร้านสุดท้ายก่อนกลับไทยนี่เจ๋งสุดๆเลยค่ะ มีเป็ดย่างด้วย อร่อยกว่าเอ็มเคบ้านเราอีกค่ะ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ไข่เจียวค่ะ ไม่ทราบว่าทางร้านมีสูตรพิเศษเฉพาะตัวหรือเปล่า แต่ไข่เจียวที่นี่ใส่พริกค่ะ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ไข่เจียวใส่พริก แล้วเป็นพริกที่เผ็ดมาก ไม่แน่ใจว่าพริกอะไร เข้าปากปุ๊ปแทบพ่นไฟกันเลยทีเดียว(อันนี้เวอร์) สำหรับร้านอาหารร้านสุดท้ายก่อนเดินทางกลับสู่ประเทศไทยนั้นจะตั้งอยู่ที่รัฐหนึ่งซึ่งจำชื่อไม่ได้เพราะตอนที่ไกด์อธิบายเอาแต่หลับค่ะ ที่รัฐนี้จะมีกาแฟขาวและชาเขียวที่ขึ้นชื่ออยู่ ลองซื้อมาฝากคุณแม่และคุณป้า เขาขายในราคา 3 ห่อ 500 บาทไทยค่ะ จะบอกว่ากาแฟของเขาจะเป็นซองที่ค่อนข้างใหญ่ถึงใหญ่มาก ถ้าเทียบกับขนาดซองกาแฟของไทย ซองกาแฟที่ซื้อมานี่คือจะชงกาแฟไทยได้ประมาณสองแก้วเลยทีเดียว รสชาติเข้มข้น หอม อร่อยมากค่ะ (การันตีจากคุณครูและคุณแม่) ส่วนคุณป้าได้รับชาเขียวเป็นของฝาก แต่อันนี้บอกรสชาติไม่ได้ เพราะคุณป้าได้นำมันไปไว้ที่ทำงาน จะแอบกินสักนิดก็ไม่ได้ -3-
พออิ่มท้องแล้วก็เที่ยวต่อค่ะ ที่นี่คือวัดไทยในมาเลเซีย ที่นี่มีคนหลากหลายสัญชาติแวะเวียนมาค่ะ ตรงข้ามกันก็จะเป็นวัดพม่า แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปสักการะเพราะมัวแต่สักการะพระในวัดประเทศตัวเองอยู่ ที่นี่มีเซียมซีด้วยค่ะ แต่ไม่ใช่แบบเขย่าจนหล่นแบบบ้านเรานะคะ ที่นี่จะเป็นตู้หยอดเหรียญค่ะ หยอดเหรียญ 1 ริงกิต หรือประมาณ 10 บาทไทยค่ะ ขอพูดถึงของฝากนิดนึงนะคะ ของฝากหน้าวัดนี่จะราคาถูกที่สุดแล้วค่ะ 5 ชิ้น 100 บาท ที่อื่นจะมีราคาสูงกว่านี้ สำหรับใครที่ไปแล้วหวังจะไปซื้อข้างหน้าที่ราคาถูกกว่า คิดผิดนะคะ หรือจะมีอีกที่นึงที่ราคาเท่ากันก็คือจากคนขับรถชาวมาเลเซียค่ะ สิ้นค้าส่วนมากจะราคา 100 บาทไทยค่ะ ขอแทรกนิดนึงสำหรับใครที่ชอบเสี่ยงเซียมซี ที่วัดไทยก็มีให้เสี่ยงค่ะแต่จะเป็นแบบตู้หยอดเหรียญเเล้วเลขจะหมุนๆๆๆออกมาให้เอง ส่วนค่าเสียหายในการหมุนอยู่ที่ 0.5 ริงกิต หรือประมาณ 5 บาทไทยนั่นเองค่ะ มีเรื่องเเปลกอยู่เรื่องนึงคือใบเซียมซีที่เสี่ยงมาได้จะมีสามภาษานั่นก็คือไทย อังกฤษ จีนค่ะ ความหมายของใบที่ได้ในภาษาไทยดีหมดแต่พอลองอ่านภาษาอังกฤษกลับเป็นครึ่งกลางๆไม่ดีไม่ร้าย ร้ายที่สุดคือลองอ่านเป็นภาษาจีนนี่ไม่มีอะไรดีเลยนำไปคืนที่เดิม
ขออนุญาติพูดถึงห้องน้ำบ้างนะคะ ห้องน้ำสาธารณะมาเลเซียป็นแบบนี้จริงๆค่ะ สภาพดีกว่าประเทศจีนนิดนึง แต่ขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่าห้องน้ำสาธารณะของพี่ไทยเราดีกว่าอยู่หลายขุมเลยทีเดียว ห้องน้ำที่ประเทศมาเลเซียที่เจอส่วนใหญ่จะไม่มีน้ำรองรับ คือถ่ายของเสียไปจะไม่มีการที่น้ำกระเด็น เหมือนกับของเสียนั้นได้ตกลงไปในหลุมดำ ไม่รู้ว่าจะไปโผล่ที่ไหน ซึ่งนั่นช่างมันเถอะ อย่าใส่ใจและคงไม่มีใครใส่ใจอยู่แล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวถัดมาคือวัดเขาเต่าค่ะ ตอนที่ไปเขามีการก่อสร้างอะไรอยู่ไม่รู้แต่ก็สามารถขึ้นไปข้างบนได้ค่ะ วิวข้างบนสวยมากๆ เห็นได้หลายๆมุมเลยค่ะ ที่วัดเขาเต่าจะมีสินค้าราคาถูกมากมาย และสามารถต่อราคาได้แบบไม่ต้องกลัวแม่ค้าพ่อค้าจะตบ สินค้าที่นี่จะมีคุณภาพค่อนข้างต่ำ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ใครโชคดีก็ได้ของดีไป ส่วนใครโชคร้ายก็แย่หน่อย สำหรับวัดเขาเต่าเคยมาครั้งแรกตอนม.1 ตอนนั้นรู้สึกว่าระยะทางมันไม่ไกล ขึ้นเขาก็ไม่เหนื่อย หนำซ้ำยังขึ้นไปถึงยอดสุด แต่พอไปครั้งนี้รู้สึกมันไกลมากๆ จนไปถึงแค่เศษสามส่วนสี่แล้วก็ยอมแพ้ ไปต่อไม่ไหว อาจเพราะสังขารและอายุไม่เอื้อ 55555
อันนี้ขอแนะนำนิดนึงค่ะใครไปมาเลเซียต้องไม่พลาดนี่เลยค่ะ 'Bread History' ขนมปังร้านขี้อร่อยมากๆ ไปปีนังกี่ครั้งต้องกินทุกครั้งเลยค่ะ สำหรับร้านนี้แล้วไม่เเน่ใจว่าจะมีขายในรัฐอื่นหรือเปล่านะคะ สำหรับใครที่ถามว่าหาซื้อได้ที่ไหน ในภาพนี้ซื้อที่ห้าง 'QueenBay' ค่ะ ขนาดของที่นี่เทียบได้กับ 'Mega Bangna' เลยค่ะ ใหญ่พอๆกัน เดินกันเมื่อยเลย ส่วนอีกที่นึงที่สามารถซื้อขนมปังนี้ได้คือที่ 'Comta' ค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังอยู่หรือเปล่า
อันนี้คือโรงเรียนสตรีในปีนังค่ะ ตอนที่ไปยังไม่เปิดเรียนนะคะ เนื่องจากประกาศปิดเพราะน้ำท่วมค่ะ ที่นี่เป็นโรงเรียนใหญ่มากๆ มีสนามบาสฯ ด้วยค่ะ ชอบมากๆ (โดยส่วนตัว)
ที่ไทยมีป่ะคะ ไมโลขนาด 1 ลิตร ราคา 5 ริงกิต หรือประมาณ 50 บาทไทยค่ะ ส่วนตัวคิดว่าราคาไม่แพงนะคะ เพราะบ้านเราไมโลกล่องนึงก็สิบกว่าบาทแล้ว ด้านรสชาติเหมือนไทยเด๊ะๆเลยค่ะ
นอนดูทีวีก่อนนอนค่ะ เปิดรายการนี้ตอนห้าทุ่มกว่าแล้ว ดันเป็นรายการทำอาหารซะงั้น ตอนอยู่ไทยก็มีรายการเชฟกระทะเหล็กมายั่วละ มามาเลเซียก็ยังมีรายการของมาเลเซียมาชวนน้ำลายล่ออีก กว่าจะข่มตาหลับได้นี่ต้องทำสมาธิกันนานเลยทีเดียว (นี่ก็เวอร์อีกนั่นแหละ) จบแล้วค่ะหนึ่งวันในมาเลเซีย
วันที่สองนี่เรามากัวลาลัมเปอร์กันค่ะ แต่ไม่ได้เที่ยวเยอะเนื่องจากต้องทำเวลาเพื่อไปเก็นติ้งค่ะ >< ดังนั้นภาพในส่วนของกัวลาลัมเปอร์จึงตัดไปเลยค่ะ ถ่ายไม่ทันจริงๆ ในภาพเป็นที่ที่มีเสาธงสูงมากๆ แต่ถ่ายไม่ติดเสาธงนี่สิประเด็น T^T
ถ่ายรูปกันเป็นกระบวนการค่ะ ถ่ายที่ตึกปิโตรนัสหรือก็คือทวินทาวเวอร์นั่นเอง (ตึกนี่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้าวโพดค่ะ) แต่แทนที่จะถ่ายตึกดันถ่ายเท้าซะงั้น -3- หลังจากนี้เราก็ซัดยาวขึ้นเก็นติ้งเลยค่ะ
นี่คือบรรยากาศขณะนั่ง Sky way ขึ้นไปยังเก็นติ้งค่ะ ข้ามเข้าหลายลูกดี เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง คนกลัวความสูงนี่อื้อหือเลยค่ะ อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาว ชอบอากาศแบบนี้มากๆเลยค่ะ สังเกตดีๆจะมีหมอกด้วยค่ะ ><
เมื่อไปถึงก็พบข่าวร้ายที่เตรียมใจมาแล้วคือเครื่องเล่น OutDoor ปิดปรับปรุงค่ะ เปิดอีกทีปี 2016 ฉะนั้นใครที่วางแผนจะไปเก็นติ้งช่วงนี้เปลี่ยนเเผนได้เลยค่ะ เพราะปีหน้าจะมีเครื่องเล่นของ 20th Century Fox ด้วยค่ะ ตื่นตาตื่นใจจริงๆ ดังนั้นเมื่อเครื่องเล่น OutDoor ไม่เปิดเราก็เล่น InDoor นี่ล่ะค่ะ ที่นี่มี Snow World ด้วยค่ะ แต่ขอตินิดนึงคืออุปกรณ์กันหนาวของเขายังดีไม่พอค่ะ เข้าไปยังรู้สึกหนาวยะเยือก อุปกรณ์ที่ให้มาไม่ช่วยอะไรเลย บรรยากาศภายในไม่ดีเท่าที่ควร แคบเกินไปค่ะ เมืองหิมะที่ Dream World ยังกว้างกว่าและมีคุณภาพกว่าด้วยค่ะ ที่นี่ไม่ให้พาก้องเข้าไปนะคะฉะนั้นเลยไม่มีรูปให้ดูค่ะ อุณหภูมิด้านใน -6 องศาเซลเซียสค่ะ หายใจไม่ออกเลยทีเดียว เข้าไปในนั้นได้ยี่สิบนาทีต้องออกเลยค่ะ ไม่ไหวจริงๆ ไม่คุ้มกับค่าตั๋วราคา 300 บาทไทยเลยค่ะ ดังนั้นนะนำให้กลับไทยมาเล่นที่ไทยดีกว่าค่ะ ไม่งั้นเสียดายเงินแย่ ที่นี่มีอีกอย่างที่ต้องระวังนะคะ อย่าเดินเพลินเพราะร้านค้าที่นี่ขะเริ่มทยอยปิดตอนสี่ทุ่มบ้านเขา สามทุ่มบ้านเราค่ะ เดินซื้อะไรไม่ทันเลย เสียดายสุดๆ T^T
ตอนนั้นเวลาตีหนึ่งครึ่งค่ะ ออกไปเดินเล่นกันเป็นกลุ่มใหญ่ในชุดนอน...อุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียสเป็นอะไรที่ฟินมากๆเลยค่ะ ปล.นั่นรูปเพื่อนค่ะ 5555 อาการหิวกำเริบเลยเดินหาของกินทั่วเก็นติ้งเลยค่ะ สรุปได้กิน KFC ตอนตีสองค่ะ เดินกันขาลากกว่าจะเจอ ก็เป็นประสบกรณ์อีกแบบนึงค่ะ สำหรับวันที่สองในมาเลเซียก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ค่ะ
ภาพส่งท้ายก่อนอำลามาเลเซียค่ะ วันที่สามหมดไปกับการนั่งรถล้วนๆเลยค่ะ ไม่มีรีวิวใดๆทั้งสิ้นนอกจากขอชื่นชมประเทศมาเลเซียอย่างนึงคือเขาจะมีจุดพักรถให้นักเดินทางทุกๆ 50-100 เมตรค่ะ จบแล้วค่ะสำหรับการรีวิว ขอบคุณค้าาาาาา ><























รบกวน สอบถามหน่อยนะคะ พอดียังไม่เคยไปมาเลย์ค่ะ อยากทราบว่า ที่เก็นติ้ง อากาศหนาวมากน้อยแค่ไหนค่ะ ถ้าเป็นเสื้อกันหนาวหนาๆหน่อย ได้ไหมค่ะ (กลัวเว่อร์ไป) หรือแค่เสื้อแขนยาวก็ได้แล้ว และที่นั่นฝนตกบ้างไหมคะ? รบกวนตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ :)
ตอบลบขอโทษที่ตอบช้านะคะ ที่เก็นติ้งอากาศกำลังสบายเลยค่ะ ไม่ร้อน ไม่หนาว สามารถใส่แค่เสื้อแขนยาวได้เลยค่ะ อุณหภูมิจำต่ำกว่า 20 องศา แต่เกิน 10 องศาค่ะ มีฝนตกประปราย เป็นแค่ละอองเล็กๆค่ะ มักจะตกช่วงกลางคืนค่ะ ^_^
ตอบลบ